29 April 2007

สัมมนา ........ โฟโต้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เพิ่งกลับมาจาก สัมมนาโฟโต้ ที่ระยอง ....

คราวนี้ไปแบบแอบทรหด ....

เนื่องจากติดภารกิจการทำงาน ...
จึงต้องเดินทาง เย็นศุกร์และกลับเช้าอาทิตย์เพื่อมาทำงานต่อตอนสายๆ

แม้จะลำบาก ..... แต่ใจก็ยังดื้อด้านอยากจะไปหาน้องๆ ...
ผลคือ ..... เหนื่อยอิ๋บอ๋ายยยยย ....

กลายเป็นว่าช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ..... ชั่วโมงนอนน้อยมากๆ ...

ตั้งแต่ช่วงสอบ .... ลัคกี้ป่วย ..... ดูบอล ..... จนมาถึงสัมมนา ....

แต่เราแอบรู้สึกดีนะ ....
ชีวิตยุ่งก็แอบดูมีคุณค่า

มีธุระปะปังหรือสิ่งที่ให้ทำมากมาย ....

มันดีกว่าอยู่ว่างๆแล้วเกิดคำถามและความคิดฟุ้งซ่านขึ้นในใจ ......

พูดถึงสัมมนาปีนี้
แม้จะแอบชิวไปนิด ....

แต่เราว่ามันคงไม่ได้สื่อความหมายถึงประสิทธิภาพการทำงานของรุ่นนี้ซะทีเดียวหรอก ....
เพราะดูจากท่าทางของหัวเรือใหญ่แล้ว .....
ไม่น่ามีอะไรให้ต้องเป็นห่วง ...
เรียกได้ว่า

ถูกใจเจ้มากๆ

555555555555555555

คณะกรรมการส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเหมือนกัน ....
เพราฉะนั้นปัญหาหยุมหยิมๆแบบผู้หญิงคงไม่เกิดขึ้นในการทำงาน .....

เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ....

แต่แหม ... คณะกรรมการปีนี้มีแต่เด็กอินเตอร์วุ้ย ..... 555

ยังไงก็ขอให้น้องๆ

ได้รับประสบการณ์จากโอกาสอันนี้ครั้งนี้กันอย่างเต็มที่ ...
ระวังติดโฟโต้จนไปไหนไม่ได้หล่ะ 555

แล้วอย่าลืมที่คุณหมีบอกนะ ....

อย่าคิดว่ามันเป็นภาระ ...

มันคือโอกาสที่ดีมากๆ

สู้ๆนะจ๊ะทุกคน .... พี่อยู่ข้างน้องๆเสมอ

ป.ล. ชีวิตยุ่งๆแบบนี้ ทั้งทำงาน เดินทาง และดูหนัง ....
.....

ดูเหนื่อย ......

แต่โคตรมีความสุขเลยนะ

เฮ้อ .....
ชีวิตก็แค่นี้หล่ะน้า ..................

9 April 2007

น้ำตาฟ้า

เราเป็นคนชอบฟังเพลงเป็นชีวิต
(และลามปามไปถึง)จิตใจ

เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ...

อาจเป็นเพราะพ่อและแม่ชอบเปิดวิทยุฟังบ่อยก็คงจะเป็นไปได้
เพราะฉะนั้นเพลงที่ฟังตอนเด็ก จะมีความหลากหลายมากเป็นพิเศษ ...
ตามสถานการณ์ สถานที่ และบุคคลที่เราอยู่ด้วย .....

ถ้าอยู่กับพ่อ .... ก็จะได้ฟังเพลงเพลิน พรหมแดน บ่อยหน่อย ...

และจะร้องเพลงนันทิดา ศรันย่า ได้ไม่ผิดเพี้ยนเมื่อคราวอยู่กับแม่ ....

เพลงหลายเพลงผ่านเข้ามาในหู เลยเถิดเข้าสมอง ไหลวนลงมาปอด และ
สลายตัวออกมาทางรูจมูกพร้อมลมหายใจ ...

แต่บางเพลง ....
ไหลเข้าสมองแล้วแทรกซึมเข้าไปถึงเส้นหยักด้านใน....
ส่งผลให้ยังจำได้ทั้งน้ำเสียง คำร้องและทำนอง

มาจนถึงปัจจุบัน ...

หนึ่งในเพลงไม่กี่เพลงเหล่านั้นคือเพลง
น้ำตาฟ้า ของสามโทน ...
ที่พี่ ธงไชย ประสงค์สันติ เป็นคนร้อง

(ถ้าข้อมูลไม่ผิดรู้สึกว่าพี่ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ จะเป็นคนแต่งเพลงนะ ... แต่อันนี้ไม่แน่ใจอย่างแรง
ตอนหลังเพลงนี้ถูกกลับมาร้องและเผยแพร่ใหม่ผ่านเสียงของพี่ธงไชย เหมือนกัน แต่เป็น ธงไชย แมคอินไตย์)

เรามักจะฮัมเพลงนี้อย่างไม่รู้ตัวอยู่บ่อยๆ ...
ตั้งแต่เด็กๆ ......

จนถึงทุกวันนี้ ..........

อาจเป็นเพราะน้ำเสียงของพี่เค้าที่สื่ออารมณ์ได้ถึงจิตถึงใจ ......

อาจเป็นเพราะท่วงทำนองของดนตรี ......
ที่บังคับท่วงทำนองของหัวใจ

ให้เหงา

และเศร้า ประสานกันไปกับเพลง ....

หรืออาจเป็นเพราะถ้อยคำของเนื้อหาเพลง ...
ที่แสดงออกถึงความเป็นไทยแบบบ้านๆ ....

แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์สุดแสนบรรยาย ...

หรืออาจเป็นเพราะทุกอย่างที่กล่าวมา ...............

จึงทำให้วันนี้ ......

ตอนนี้ ......

ฉันฮัมเพลงนี้ ......

อีกครั้ง

...................


เขาบอกว่าฟ้า ร้องไห้ออกมาเป็นน้ำฝน
อยากรู้นักฟ้าที่เบื้องบน

ต้องมาร้องไห้เพราะใคร

หรือฟ้าสงสาร
คนอย่างฉันถูกหลอกเรื่อยไป
ถูกเขาลวงเขาล้วงหัวใจ

เอาไปต้มยำทำแกง

ฝนฟ้ากระหน่ำ เสียงฟ้าคำรามดูน่ากลัว
น้ำตาฟ้าหลั่งมารดตัว รดหัวใจฉันจนชา


ฉันคงผิดหวังมีเคราะห์กรรมไร้วาสนา

เขาเลยไม่รัก ไม่ยอมพูดจา
หลอกลวงให้ฉันต้องตรม

ฉันมันคนซื่อ
ไม่เคยฝึกปรือในเรื่องความรัก

เพิ่งเคยได้รู้

เพิ่งเคยได้ลอง

เพิ่งเคยรู้จัก

สุดท้ายต้องมาอกหัก ....
ไม่รู้จะดามยังไง

เขาบอกว่าฟ้าร้องไห้ออกมาให้ฉัน
ฟ้าสงสารและคงผิดหวัง


ที่ชักนำให้ฉันพบเธอ

น้ำตาที่ไหลจากความตั้งใจ
ไม่ได้พลั้งเผลอ

ชาตินี้เข็ดแล้วนะเออ


ไม่อยากเจอหน้าเธออีกเลย

..................